Poet's profilePoems of Lives :บทกวีแห่...PhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
Poems of Lives :บทกวีแห่งชีวิตApril 21 บทเพลงแห่งปัญญา1ปัญญาร้องเสียงดังอยู่ที่ถนน เธอเปล่งเสียงของเธอที่ลานเมือง เธอร้องออกมาที่บนกำแพง เธอกล่าวอยู่ที่ทางเข้าประตูเมือง ว่า "คนเขลาเอ๋ย เจ้าจะรักความเขลาไปนานสักเท่าใด คนมักเยาะเย้ยจะปีติยินดีในการเยาะเย้ยนานเท่าใดและคน โง่จะเกลียดความรู้นานเท่าใด จงมาสนใจในคำตักเตือนของเรา นี่แน่ะ เราจะเทความคิดของเราให้เจ้า เราจะให้ถ้อยคำของเราแจ้งแก่เจ้า เพราะเราได้เรียกแล้วและเจ้าปฏิเสธ เรากวักมือและไม่มีใครสนใจ เจ้ามิได้รับรู้ในคำแนะนำของเรา และไม่ยอมรับคำตักเตือนของเราเลย ฝ่ายเราจะหัวเราะเย้ยความหายนะของเจ้า เราจะเยาะเมื่อความกลัวลานมากระทบเจ้า เมื่อความกลัวลานมากระทบเจ้าอย่างพายุ และความหายนะของเจ้ามาถึงอย่างลมบ้าหมู เมื่อความทุกข์และความ ระทมใจใหญ่หลวงมาถึงเจ้า แล้วเขาจะทูลเรา แต่เราจะไม่ตอบ เขาจะแสวงหาเรา แต่จะไม่พบเรา เพราะว่าเขาเกลียดความรู้ และไม่เลือกเอาความยำเกรงพระเจ้า เขาไม่รับคำแนะนำของเราเลย แต่กลับดูหมิ่นคำตักเตือนของเราทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น เขาจะกินผลแห่งทางของเขา และอิ่มด้วยกลวิธีของเขาเอง เพราะคนโง่ถูกฆ่า ก็ด้วยการหันกลับจากปัญญานั่นเอง และคนโง่ที่หลงเพลิดเพลินก็ถูกทำลาย แต่บุคคลผู้ฟังเรา
จะอยู่อย่างปลอดภัย เขาจะอยู่อย่างสุขสงบ ปราศจากความคิดพรั่นพรึงในความชั่วร้าย"
July 28 ฉันอยากบินได้เหมือนนก![]() เพียงแค่ฝัน เป็นความฝันคืนวันหนึ่ง
เหมือนกับผึ้ง หรือเหมือนนกที่ผกผิน
เหมือนกับมันเป็นจริง เหนือพื้นดิน
ฉันร่อนวน ฉันโบยบินในท้องนภา
ผ่านทุ่งนาแมกไม้ คล้ายทุ่งกว้าง
ไม่รู้สึกอ้างว้าง แต่ใจกล้า
หากว่าเป็นจริงได้ในพริบตา
ฉันคงเหมือนเป็นราชาในทันที
และเมื่อนึกถึงความจริงที่ให้ไว้
กับผู้เชื่อสุดหัวใจในทุกที่
จะกลับมารับเราไปอย่างดี
เหิรขึ้นสู่ราศีแห่งพระองค์
เราจะอยู่กับพระองค์ในวันหนึ่ง
เป็นความปรารถนาลึกซึ้งและสูงส่ง
ยึดความเชื่อและความรักอันมั่นคง
และมุ่งตรงต่อไปในเส้นทาง.
June 25 แสงlสว่างแห่งชีวิต :The Light of My life
มีบางครั้งที่สับสนในเป้าหมาย October 09 ชีวิตใหม่ของฉัน:My New Life
ชีวิตส่วนตัวกับพระเจ้า
ชีวิตของฉันนั้นเริ่มต้น จากความสิ้นหวัง พระเยซูคริสต์ ตั้งแต่วันนั้น ฉันเป็นคนใหม่ ในพระวิหาร ที่แสนเปรมปรีดิ์.
October 24 เพื่ื่อนที่รักของข้าพเจ้า : MY DEAR FRIENDS![]() เพื่อนที่รักของข้าพเจ้าเราเคยร่วมสุขทุกข์กัน ในวันหนึ่ง คือวันซึ่งฟ้าคล้ำ ดำสลัวที่บางคราวราวพายุ ดุน่ากลัว แต่เป็นชั่วคืนหนึ่ง ซึ่งผ่านไปข้าฯไม่เคยลืมเวลานั้น จนวันนี้ เรามารวมน้องพี่ เหล่าสหายแบ่งชีวิตให้กัน ก่อนจากไกล ไปหนใดอีกไม่รู้ ดูมืดมนแต่วันนี้มีสิ่งหนึ่ง ซึ่งอยากบอก ไม่ลวงหลอกนะเพื่อนจ๋า อย่าฉงนขอให้เพื่อนโปรดได้ฟัง อย่างอดทน เพราะเพื่อนคนคนนี้ ไม่มีลวงรักสัจจะความจริง ยิ่งชีวิต จะพูดผิดได้อย่างไร เรื่องใหญ่หลวงเป็นความจริงจากหัวใจ ลึกในทรวง คือสัจจะโชติช่วง กลางดวงใจหลายปีก่อนตอนที่ข้าฯอยู่ทางเหนือ มีสิ่งหนึ่งที่คลุมเครือ และสงสัยชีวิตเรา มันเกิดขึ้น ได้อย่างไร ก็แล้วใครสร้างโลกนี้ ให้มีมาเมื่อผิดพลาดไปมากมาย ในชีวิต ความล้มเหลวธุรกิจ ก็ถามหาทางจิตใจก็ร้าวรอน อ่อนระอา ถึงเวลาที่อ่อนแรง สิ้นกำลังจึงถามว่า “พระเจ้า ไหน?” ใครรู้บ้าง ความสว่างอยู่หนไหน ใจยังหวังแล้วคำตอบก็แจ้งใจ เคยได้ฟัง คือพระเจ้าแต่เมื่อครั้ง ข้าฯยังเยาว์ทรงเป็นผู้อุทิศตน เพื่อคนทั้งโลก ยอมทนโศกรับทุกข์ อย่างแสนเศร้าพระเยซู คริสต์เจ้า ตายแทนเรา แบกรับเอาบาปไว้ บนพระกายทรงถูกตรึงสิ้นพระชนม์ บนกางเขน แล้วทรงเป็นขึ้นมาใหม่ ไม่สูญหายทรงพิชิตความบาป และความตาย เสด็จขึ้นเป็นใหญ่ ในจักรวาลเมื่อยามเด็กข้าฯเคยฟัง เรื่องพระเจ้า ที่คุณครูเคยเล่า เป็นข่าวสารเคยคิดเอาว่าเป็น เพียงนิทาน ที่เขาเล่ากล่าวขาน แค่ผ่านไปแต่เมื่อฟัง เริ่มได้คิด ชีวิตนี้ พระเยซูช่างแสนดี กว่าไหนๆเมื่อพระเจ้าเริ่มเข้ามา ในจิตใจ ก็รับไว้ในชีวิต จิตร้อนรนตัวข้าฯในวัยเด็ก เป็นคนซื่อ อยากยึดถือพระเยซู ดูสักหนจึงปรึกษากับใครๆอีกหลายคน ด้วยกังวลว่าคนอื่น ไม่ชื่นชมผลสรุปออกมา ถูกด่ายับ ตัวข้าฯเลยหันกลับ อย่างขื่นขมเพราะที่จริงพระเยซู น่าชื่นชม เป็นพระเจ้าของผม อย่างจริงจังก็เก็บซ่อนพระองค์ไว้ ในใจลึก มิได้นึกเมื่อย้อนไป ในความหลังเมื่อผ่านวัยหยาบกระด้าง ช่างน่าชัง ก็มานั่งทบทวน มองสวนทางไม่เคยเห็น ก็เหมือนเห็น เช่นลมพัด ปรากฏชัด ในสรรพสิ่ง ที่ทรงสร้างเป็นดังเงา ของสิ่งแท้ที่เลือนลาง เหมือนอยู่ห่าง สุดโลกหล้า ขอบฟ้าไกลแต่เมื่อเราเปิดหัวใจ เราให้กว้าง พระองค์ก็เยื้องย่าง เข้ามาใกล้เชิญพระเจ้าเข้ามา อยู่ในใจ พระองค์จะสถิตใน ดวงวิญญาณประสบการณ์ข้าฯได้รับนับแต่นั้น ดั่งของขวัญล้ำค่า มหาศาลสันติสุขเปี่ยมล้น เกินประมาณ จนชีวิตทุกด้านได้เปลี่ยนแปลงจากชีวิตจากมืด สู่สว่าง จากหนทางอับจน สู่แจ่มแจ้งจากท้อแท้สิ้นหวัง สู่แข็งแรง จากเหมือนถูกสาปแช่ง สู่อวยพรกลับจากเหนือสู่ใต้ ในวันยาก แสนลำบากอีกครั้ง ยังเร่ร่อนเหมือนนกผินกลับจาก พเนจร แม้รังนอนก็ไม่รู้ อยู่ที่ใดพระองค์นำข้าๆไป ในความทุกข์ แต่กลับสุขสดชื่น ขึ้นมาใหม่ครอบครัวเรามีความหวัง กว่าครั้งใด เมื่อหัวใจเปี่ยมท้น ล้นพระคุณบ้านของเราหลังใหม่ มิใช่นี้ มิใช่ที่เสื่อมโทรมหรือสาบสูญขอเพียงแต่มีความเชื่อทวีคูณ จะสมบูรณ์ตลอดไปในนิรันดร์เพื่อนที่รักของข้าฯ อย่าสงสัย พระองค์มอบชีวิตใหม่ ให้แก่ท่านเมื่อท่านเปิดดวงใจ โดยเร็วพลัน และวันนั้นจะรู้จัก อย่างจริงใจมีพระเจ้า มีโลกนี้ มีมนุษย์ เราทุกคนล้วนเป็นบุตรที่ หลงหายพระบิดาไม่อยากให้ ใครต้องตาย หรือสุดท้ายต้องอยู่ใน ประลัยกัลป์หากวันนี้แต่ละคน ค้นพบว่า พระเจ้าทรงมีเมตตา ต้องกลับหันมาคืนดีกับพระเจ้า โดยเร็วพลัน จะเป็นวันชีวิตใหม่ ให้เพื่อนเราชุมชนใหม่ ในโลกนี้มีอยู่มาก ไม่ลำบาก เพราะรักกันฉันเธอเขาให้อภัยและปรองดอง พี่น้องเรา เป็นสังคมที่บรรเทาความอับจนจะเดินต่อด้วยกันไป ในพระเจ้า เพราะพระองค์นำเรา ในทุกหนมีสัจจะอยู่ใน ใจทุกคน แสนสุขล้นในวันนี้ ที่มีเธอ. |
|
||
|
|